เหลือแค่ความทรงจำ ไขรหัสเหตุใดแชมป์โลกชาวเกาหลีถึงสูญพันธุ์

เหลือแค่ความทรงจำ

เหลือแค่ความทรงจำ ถ้าพูดถึงนักมวยยุค 80 ยังไงก็ต้องมีชื่อของมวยจากแดนโสมติดอยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน ทว่าอยู่ๆกำปั้นชาวเกาหลีก็ค่อยๆหายหน้าหายตาไปจากหน้าจอ

เหลือแค่ความทรงจำ ในอดีตเชื่อว่าคนยุด 80 ก็ต้องเคยชมการชกของกำปั้นจากแดนโสม เพราะแชมป์โลกขวัญใจชาวไทยอย่าง เขาทราย แกแล็คซี่ มักจะได้ขึ้นเวทีป้องกันตำแหน่งกับนักมวยจากเกาหลีใต้อยู่หลายครั้ง ซึ่งทาง “พี่ระ” เจอกับนักมวยจากแดนโสมถึง 13 คน ตลอดการค้ากำปั้นของเขา ข่าวมวยไทย

หากย้อนกลับไปในช่วงปี 1970, 1980 หรือช่วงต้น 1990 บอกได้เลยว่าเป็นยุคทองและเฟื่องฟูสุดๆของวงการมวยเกาหลีใต้ หากจะให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นคงเหมือน วงไอดอล, บอยแบนด์ และ เกิร์ลกรุ๊ป จากแดนโสมที่ปัจจุบันที่ได้รับความนิยมสูงมากจากเพลงแฟนทั่วโลก

วงการมวยเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จมากมายทั้งในรูปแบบมวยสากลสมัครเล่นหรือแม้แต่มวยสากลอาชีพ ซึ่งขุนพลเสื้อกล้ามจากแดนโสมเคยคว้าเหรียญทองจากโอลิมปิกมาแล้ว จากผลงานของ กวัง-ซุน ในรุ่น ฟลายเวท ปี 1988 และ ชิน จุน-ซุป รุ่น มิดเดิลเวท ปี 1984 นอกเหนือจากนี้ยังมีนักมวยจากเกาหลีอีกหลายคนที่คว้าเหรียญจากมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกมาครองได้

เหลือแค่ความทรงจำ

ในขณะที่มวยสมัครเล่นประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง ด้านมวยอาชีพเองก็ค่อยๆเติบโตและแข็งแรงไปพร้อมกันๆ โดยมานักมวยฝีมือดีอย่าง ชาง ชุง-กู, มูน ซัง กิล, ยู เมียง-วู,แบค อิน-ชุล และ ปาร์ค ยอง คยูน

ทว่าหลังผ่านช่วงต้นยุค 90 มามวยจากเกาหลีกลับค่อยๆหายไป ปัจจุบันแดนโสมไม่มีแชมป์โลกของผู้ชายหลงเหลืออยู่เลย ทั้งที่ก่อนหน้าเกาหลีถือว่าเป็นหมาอำนาจในวงการมวยของเอเชียเทียบเท่า ไทย, ญี่ปุ่น และ ฟิลิปปินส์ คำถามใหญ่ก็คือ “เกิดอะไรขึ้นกับมวยเกาหลีใต้? มวยสมัครเล่นไม่ประสบความสำเร็จในเวทีระดับโลก! มวยอาชีพที่ควรค่าแก่การจดจำล้วนแต่สูญพันธุ์ไปจากแดนโสม! การชกที่ไม่สามารถดึงดูดเหล่าแฟนๆให้เข้ามาชมได้!

เหลือแค่ความทรงจำ

ชาวเกาหลีมีความหวังอีกครั้งจาก จิ-ฮุน หลังได้โอกาสขึ้นชิงแชมป์โลกของ สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) ที่ว่างอยู่ รุ่น ไลท์เวท กับ มิเกล วาซเกวซ นักต่อยชาวเม็กซิกัน แม้กระนั้นก็ล้มเหลวไม่อาจจะก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลกได้ แถมยังแพ้แต้มมวยจังโก้กินขาดแบบชนิดไม่มีทางต่อต้าน

แม้ว่า คิม จิ-ฮุน จะทำให้แฟนๆชวนนึกถึงนักมวยจากเกาหลีพอในอดีตด้วยสไตล์การชกของเขา ที่เดินบู๊เดินแลกแบบไม่ต้องสนการ์ดโดยอาศัยความแข็งแกร่งของร่างกายรวมทั้งหัวใจที่เกินร้อย แต่ว่ามันไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาขึ้นไปอยู่บนจุดสุดยอดได้ ซึ่งมันเป็นข้อบ่งชี้ที่แน่ชัดว่าสไตล์อย่างนี้มันไม่พอที่จะทำให้ถึงดวงดาวได้ หรือให้เรียกแบบเข้าใจง่ายๆซึ่งมันตกสมัยไปแล้ว แม้เทียบกับแบบอย่างการต่อยที่ค่อยข้างมากมายในสมัยสองพัน

รวมทั้งสิ่งจำเป็นอีกอย่างที่ทำให้แวดวงมวยของเกาหลีเบาๆหล่นลงไป บางทีก็อาจจะมาจากเศรฐกิจที่พุ่งสูงมากขึ้นอย่างเร็วทั้งยังใน ทางเทคโนโลยี การท่องเที่ยว และก็ด้านความรื่นเริงใจ ที่ล้วนแต่สร้างรายได้ให้แก่เกาหลีใต้เป็นจำนวนเงินอย่างมากมาย แต่ทว่าสวนกับแวดวงมวยถดถอยลง ภายหลังจากคนรุ่นหลังเลือกที่จะปฏิบัติงานประจำ การเป็นไอดอล ศิลปิน นักร้อง หรือสายงานที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมต่างๆรวมทั้งงานบริการ ที่ให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีแถมไม่เจ็บตัว ซึ่งนี้บางครั้งอาจจะเป็นปัจจัยเล็กๆที่แปลงเป็นจุดแปลงของวงการมวยในเกาหลี

อย่างไรก็แล้วแต่จะต้องเห็นด้วยแบบไม่โลกสวยว่า นักมวยจำนวนมากเริ่มอาชีพนี้ด้วยฐานะไม่ค่อยดีนัก โดยมีความขาดแคลนเป็นแรงพลักดันแล้วก็ใช้ความทรหดอดทน เพียรพยายาม เพื่อตะกุยทางไปสู่ความสำเร็จ

ถ้าเกิดพวกเราทดลองคิดในอีกมุมนึงเพราะเหตุไรคุณถึงต้องการโดนต่อยหน้าทั้งๆที่บางทีก็อาจจะได้เงินน้อยกว่าที่คุณจะได้จากการทำงานธรรมดา? มันก็เลยมีผลโดยตรงต่อแวดวงมวยในประเทศเกาหลี แล้วก็แน่ๆว่าในเมื่อคนรุ่นหลังต้องการชกมวยลดลง นักมวยที่ถูกป้อนเข้าระบบก็ลดถอยลดลงไป แถมนักมวยที่เหลืออยู่ยังไม่ใช่พวกที่มีพรสวรรค์เหมือนดั่งในสมัยก่อนมันเลยกลายเป็นวัฏจักรที่ไม่ดีทั้งยังทางด้านปริมาณและก็ประสิทธิภาพอีกด้วย แหลมศรีสะเกษ

รวมทั้งอีกสิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมันถึงทางตันอาจเป็นเพราะเนื่องจากเรื่องเศร้าเมื่อปี 1982 ที่แวดวงมวยประเทศเกาหลีจำเป็นต้องสูญเสียนักต่อยอย่าง คิม ดุก-กู จากการขึ้นแย่งตำแหน่งแชมป์โลกของ สมาคมมวยโลก (WBA) รุ่น ไลท์เวท กับ เรย์ มันซินี่ โดยเหตุการณ์ในวันนั้น คิม โดนต่อยร่วงและแพ้น็อกไปในชูที่ 14 จากนั้นไม่กี่นาทีที่การแข่งขันจบลง ผู้ท้าชิงชาวเกาเหลีก็ผู้หามส่งโรงพยาบาลซึ่งอาการในตอนนั้นจัดว่าเข้าขั้นโคม่า ในเวลาถัดมาเขาถูกตรวจพบว่ามีเลือดคั่งในสมองรวมทั้งจะต้องกระทำผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ถึงแม้หมอจะพยายามยื้อชีวิตของเขาอย่างเต็มที่ ทว่าสุดท้ายแล้วหลังจากนั้นก็ไม่อาจจะรักษาชีวิตเขาไว้ได้ คิม ดุก-เรา เสียชีวิต 5 คราวหน้าจากการประลองในวันนั้น

ซึ่งนั้นไม่ใช่โศกนาฏกรรมเดียวที่เกิดขึ้นอยู่กับนักมวยเกาหลี ในปี 2007 เหตุการไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีกที ภายหลังที่ ชอย โย-ซัม แชมป์ อินเทอร์คอนทิเนนทัล ของหน่วยงานมวยโลก (WBO) รุ่น ฟรายเวท โดนหมัดขวาของผู้ท้าแข่งชาวอินโดเนเซียอย่างเฮรี่ อาโมล ร่วงในช่วง 5 วินาทีในที่สุดของยกที่ 12 ก่อนที่จะลุกขึ้นมาได้ แต่ทว่าเมื่อเสียงระฆังดังขึ้นไปบนทรุดรวมทั้งเบาๆสลบลงไป หลังจากนั้นแชมป์จากแดนโสมก็ถูกนำส่งโรงพยาบาลในทันทีหลังการต่อสู่จบลงไปเพื่อผ่าดัตสมองอย่างเร่งด่วน ในเวลาถัดมาหมอได้เปิดเผยว่า ชอย โย-ซัม มีอาการสมองตาย และหลังจากนั้น 10 วัน เขาก็ได้เสียชีวิตลง

เหลือแค่ความทรงจำ แล้วต่อจากนั้นปี 2010 ก็ได้เกิดเหตุการณ์คิดไม่ถึงอีกรอบ หลังจากที่ แบ กิ-ซุก ขึ้นชิงตำแหน่งซูเปอร์ฟลายเวทของเกาหลีใต้ โดยเขาเข้ารับการผ่าตัดสมองนานถึง 5 ชั่วโมง หลังจากที่เขาแพ้ทีเคโอในยกที่ 8 เมื่อการผ่าตัดเสร็จสมบูรณ์ลักษณะของเขาก็ดีแล้วขึ้นก่อนที่จะทรุดหนักอีกทีรวมทั้งเสียชีวิตไป ภายหลังจากการแข่งขันแค่เพียง 4 วัน

การเสียชีวิตของ แบ กิ-ซุก ทำให้คณะกรรมการการชกมวยของเกาหลี (KBC) โดนสอบถึงการกระทำหน้าที่ โดยหลายท่านชี้ว่า (KBC) จะต้องรับผิดชอบต่อการตายของเขา ภายหลังการสูญเสียของ แบ กิ-ซุก การแข่งขันด้านในประเทศเกาหลีก็เริ่มลดลงไป พ่อแม่ชาวเกาหลีต่างผวารวมทั้งกลัวว่าลูกของตัวเองจะต้องพบเจอโชคชะตาเดียวกันพร้อมเรียกร้องให้เลิกชิงชัยกีฬานี้

ด้วยการสูญเสียที่สร้างบาดแผลในใจรวมทั้งเศรษฐกิจที่พุ่งทยานที่ทำให้การชกมวยเป็นอาชีพที่ไม่น่าสนใจมากนัก ก็เลยไม่น่าสนเท่ห์ใจเลยที่การชกมวยในเกาหลีจะหายไปไป ได้แต่ว่าหวังว่าสักวันจะมีนักมวยสักผู้ที่สามารถเรียกเชื่อถือแล้วก็ปลุกกระแสให้ชาวเกาหลีกลับมาคลั่งใคล่มวยอีกครั้ง

เหลือแค่ความทรงจำ แม้กระนั้นเกาหลีใต้ยังมีคนครองตำแหน่งแชมป์โลกอยู่ แต่ทว่าเป็นของฟากฝั่งหญิงโดยเจ้าของเข็มขัดเป็น ชอย ฮยอน-มี แชมป์ของสมาคมมวยโลก (WBA) รุ่น ซูเปอร์เฟเธอร์เวท ด้วยผลงานไร้พ่ายต่อย 17 ครั้ง ชนะ 16 เสมอ 1 ปัจจุบันคุณได้เซ็นสัญญาเป็นมวยในสังกัดดังอย่าง แมตช์รูม บ็อกซิง ของ เอ็ดดี้ เฮิร์น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย ชอย ฮยอน-มี เกิดที่ประเทศเกาหลีเหนือก่อนที่จะย้ายมาอยู่เกาหลีใต้และก็เจอความสําเร็จที่นั้น สุดท้ายก็ได้แต่ว่าหวังว่าคุณผู้นี้จะมีผลให้ความนิยมชมชอบของมวยในแดนโสมกลับมาบ้างแม้เล็กน้อยก็ยังดี