ศึกยักษ์ชนยักษ์ “เคอร์ติส เบลดส์” ตะบันหน้า “เดอร์ริค ลูอิส” ศึก UFC Fight Night

ศึกยักษ์ชนยักษ์

ศึกยักษ์ชนยักษ์ UFC เตรียมระเบิดศึก “ยักษ์ชนยักษ์” กับการต่อสู้ในรุ่นเฮฟวี่เวท โดยคู่เอกของรายการเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่าง เคอร์ติส เบลดส์ เจอกับ เดอร์ริค

ศึกยักษ์ชนยักษ์ “เดอะ เรเซอร์” ผู้ครอบครองน้ำหนักตัว 120 กก. มีสถิติการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาเมื่อเก็บชัยชนะได้ถึง 14 ไฟต์ รวมทั้งแพ้เพียงแค่ 2 ไฟต์เพียงแค่นั้น กับการต่อสู้ในสังเวียนแปดเหลี่ยม โดยไฟต์ปัจจุบันของ เบลดส์ เอาชนะคะแนน อเล็กซานเดอร์ โวลคอฟ จอมเก๋าจากรัสเซีย ไปเมื่อเดือนมิถุนายนก่อนหน้านี้ โน่นทำให้สถิติของ สำหรับเพื่อการขึ้นต่อสู้ 4 ไฟต์หลังสุดนั้นชนะรวด แถมยังเป็นการได้รับการยกมือ แบบไม่ครบยกถึง 2 ไฟต์

ศึกยักษ์ชนยักษ์

ในระหว่างที่ เดอะ แบล็คบีสต์ คู่ต่อสู้ของ ก็ถือว่าอันตรายพอได้ โดยสถิติการต่อสู้ของ ลูอิส ชนะ 24 แพ้ 7 ซึ่งการแพ้ของ มักแพ้แบบไม่ครบยก และก็ชอบโดนหมัดของ คู่แข่งส่งลงไปกองกับพื้นเวที อยู่บ่อยครั้ง ข่าวมวยไทย

แต่ฟอร์มในช่วงหลัง นับว่ารองแชมป์โลกชั้น 4 มีพัฒนาการที่ดีขึนเรื่อยเมื่อเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะได้ 3 ไฟต์ติดต่อกัน ก่อนที่จะมา ต่อสู้หน้ากับ ในวันอาทิตย์นี้

ส่วนรองคู่เอกเป็น การฟาดฟันกัน ในรุ่นรองลงมาอย่าง ไลท์เฮฟวี่เวท ที่ แอนโธนี สมิธ นักสู้ชาวอเมริกันผู้ครอบครองสถิติชนะ จะขึ้นชกดวลกับ เดวิน คลาร์ก คู่ต่อสู้ชาติเดียวกันที่ครอบครองสถิติชนะ 12 แพ้ 4

ไฟต์นี้นับว่าเป็นไฟต์สำคัญสำหรับทั้งสอง โดย “เดอะ ไลออนส์ ฮาร์ท” ผลงานพักหลังไม่ดีเอาซะเลย เมื่อปราชัยใน 2 ไฟต์ปัจจุบัน ส่วน บราวน์แบร์ ก็ชนะคะแนนคู่ต่อสู้มาในสองไฟต์หลังสุดเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยจะต้องเน้นย้ำเป็นพิเศษกับการต่อสู้ในวันอาทิตย์นี้

สำหรับผู้แทนจากทวีปเอเชียที่จะขึ้นมาโชว์ความสามารถในรายการนี้ก็มีอย่าง ทาคาชิ ซาโตะ นักสู้จากญี่ปุ่น ที่จะเจอกับ มิเกล บาเอซา นักสู้ไม่มีพ่ายแพ้ชาวอเมริกันที่มีสถิติชนะรวด 9 ไฟต์ในเวทีกรงเหล็ก ในพิกัดรุ่น เวลเตอร์เวท

อีกหนึ่งรายเป็นการต่อสู้ในพิกัด รุ่นฟลายเวท โดยนักสู้จาก เมืองจีนเชื้อสายทิเบตอย่าง “อินทรีทิเบต” ซู มูต๋าเอ๋อจี ผู้ครอบครองสถิติ ชนะจะเจอกับ มัลคอล์ม กอร์ดอน คู่ปรปักษ์จากแคนาดา ผู้มีสถิติการ ต่อสู้พอๆกับ มูต๋าเอ๋อจี แบบเป๊ะๆมันก็คือชนะ 12 แพ้ 4

“โรมัน เคร็กเคลีย” ราชันย์แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นไลต์เฮฟวี่เวต ชาวยูเครน ซึ่งเปิดฉากศึกแรกใน วัน แชมเปียนชิพ อย่างสนั่นบันเทิง กับการถล่มคู่ต่อสู้ระดับหัวกะทิ “ทาริก คาบีเบ็ซ” ก่อนขึ้นนั่งบัลลังก์แชมป์โลกที่หลายคนต้องการ เมื่อพฤศจิกายน 2562

การน็อกเอาต์ ทาริก ซึ่งปัดกวาดชัยไม่มีแพ้ 4 ไฟต์รวดที่ผ่านมา ได้อย่างหมดสภาพในยกลำดับที่สอง ทำให้ ซ้ำเติมความ เป็นคิกบ็อกเซอร์ที่เก่งกาจที่สุดของรุ่นไลต์เฮฟวีเวตในทันทีทันใด

ในขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่เบอร์หนึ่งของรุ่นชาวยูเครนจำเป็นต้องพิสูจน์ตนเองในระดับที่สูงขึ้น ด้วยการคุ้มครองป้องกันตำแหน่งกับผู้ท้าแข่งชาวดัตช์-ตุรกี “The Butcher” มูราต อายกูน ที่มาเปิดฉากศึกแรกในสนาม สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดียม ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดในวันศุกร์ที่ 4 ธ.ค.นี้ ในชื่อศึก ONE: BIG BANG

“สำหรับผมแล้ว การเป็นแชมป์โลกนับว่าเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ ฉะนั้นสำหรับการชิงชัยครั้งต่อไปของผม ผมจำเป็นจะต้องพิสูจน์ตนเองอีกทีว่าผมเก่งที่สุด ผมเป็นนัมเบอร์วันในรุ่นไลต์เฮฟวีเวต”

“ผมมีความคิดว่าการประลองในรุ่นไลต์เฮฟวีเวตมีการเสี่ยงสูงอยู่ตลอด เพราะเหตุว่าเพียงแค่หมัดเดียวก็สามารถทำให้ทุกๆอย่างจบลงได้ ในรุ่นน้ำหนักนี้มีนักกีฬาคนจำนวนไม่น้อยที่แข็งแรงมากมาย เร็ว รวมทั้งเล่นแรง พวกเขาต่างก็คิดว่าตนเองนั้นอดทนที่สุด แต่ว่าผู้ฝึกสอนของผมสอนว่าจำต้องฉลาดสู้ด้วย โดยเหตุนี้ผมจะชี้ให้เห็นว่าจำเป็นที่จะต้องทำยังไง”

ศึกยักษ์ชนยักษ์ คู่ต่อกรของ ในไฟต์ที่กำลังจะมาถึงอย่าง “มูราต อายกูน” เป็นนักชกจอมบู๊ ลุยแหลก มุทะลุ ผ่านนักชกแถวหน้าระดับสากล มาหลายท่าน แถมยังมีดีกรีแชมป์โลก ISKA รุ่นซูเปอร์เฮฟวีเวต ประจำตัวมาด้วย แต่ว่าโน่นไม่อาจทำให้ โรมัน รู้สึกหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

“ผมรู้สึกว่าสไตล์การต่อยคิกบ็อกซิ่งของ มูราต คล้ายกับ ทาริก ที่ผมเคยต่อยด้วยเมื่อไฟต์ก่อน เขาหมัดหนัก มีอาวุธสำคัญๆอยู่ในระยะใกล้ชิด โดยเหตุนั้นการดูแลรักษาระยะห่างนับว่าเป็นยุทธวิธีหนึ่ง แต่ว่ามากยิ่งกว่านี้ผมอาจเผยมิได้ เพราะเหตุว่ามันเป็นความลับสำหรับเพื่อการจัดแจงชิงชัย แม้กระนั้นคุณจะได้มองเห็นมันบนเวทีแน่นอน”

แน่ๆว่า อยากได้สร้างประวัติศาสตร์ ให้ซ้ำรอยเดิม ด้วยการจบผู้ท้าแข่งโดยด่วนที่สุดเสมือนเมื่อครั้งที่เขาได้สายรัดเอวเส้นนี้มา แต่ว่า มูราต ไม่ใช่คนใดกันที่เขาควรจะประมาทหรือละเลย คืนเชือดหมู

ดีกรีความเดือดของคู่นี้จะเยอะขึ้นเรื่อยๆตามความอยากที่กำลังจะได้สายรัดเอวแชมป์โลก ONE มาถือครอง ซึ่งเอามาด้วยความโด่งดัง ศักดิ์ศรี และก็ทรัพย์สิน ใครกันแน่ล่ะจะไม่หมายปองที่จะยืนหนึ่งบนเวทีระดับโลกที่นี้