คำไหนคำนั้น “บัวขาว” โกนหัวตามสัญญา หลังจบเกมแดงเดือด

คำไหนคำนั้น

คำไหนคำนั้น “บัวขาว บัญชาเมฆ” ไม่ปล่อยให้แฟนๆรอนาน ทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้ข้างหลังจบเกมแดงเดือด เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

คำไหนคำนั้น ภายหลังที่ “ดำดอทคอม” บัวขาว บัญชาเมฆ ยอดนักมวยไทยมีชื่อ ในฐานะแฟนบอลของกลุ่มลิเวอร์พูล ได้โพสต์เฟซบุ๊กก่อนเกมแดงเดือด ที่ หงส์แดง เจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “พร้อมแล้วคืนวันนี้ คืนนี้หงส์บ่เอาผีเข้าป่าช้านะ พรุ่งนี้ผมโกนหัวเลย ตามนั้น”

ซึ่งหลังจบเกมดังกล่าว ทั้งคู่กลุ่มเท่ากันไป 0-0 ปรากฏว่าต่างมีคู่รักบอลเข้ามาทวงสัญญา บัวขาว กันอย่างเนืองแน่น ว่าให้เอาอย่างข้อตกลงที่เคยโพสต์ไว้ผ่านโซเชียลมีเดีย ข่าวมวยไทย

จนกระทั่งปัจจุบัน ได้ปฏิบัติตามคำสัญญาเรียบร้อยแล้ว ด้วยการโพสต์ภาพโกนผมผ่านแฟนเพจ Banchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัญชาเมฆ) พร้อมแคปชั่นสั้นๆแม้กระนั้นลำพองใจความว่า “เรียบร้อยดี วันนี้วันโกนครับ”.

แฟนคลับของ ยอดนักมวยไทยชื่อดัง แห่ทวงสัญญาที่เจ้าตัวได้เคยโพสต์เอาไว้ก่อนเกม แล้วก็ท้ายที่สุดผลการแข่งขันออกมาสวนทาง

คำไหนคำนั้น

ความเคลื่อนไหวหลังจากที่ “ลิเวอร์พูล” หงส์แดง เปิดสนามแอนฟิลด์ เสมอ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 0-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤา นัดแดงเดือด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

โดยก่อนเกมดังกล่าวจะเริ่มขึ้น ที่เป็นแฟนบอลตัวยงของ “ลิเวอร์พูล” ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า “พร้อมแล้วคืนวันนี้ คืนวันนี้หงส์บ่เอาผีเข้าป่าช้านะ พรุ่งนี้ผมโกนหัวเลย ตามนั้น”

คำไหนคำนั้น

อย่างไรก็ตาม ผลปรากฏว่าในที่สุดแล้ว หงส์แดง เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 0-0 ทำให้ล่าสุด แฟนๆของบัวขาวหลายคน ออกมาทวงสัญญากันมากมายเช่น “ถ่ายตอนโกนด้วยครับพี่บัวขาว”, “ผมเด็กผี มาทวงสัญญา กล้าบอก จำต้องกล้าทำนะครับพี่บัว”, “โกนยังครับพี่”, “โกนนะครับ คำไหนคำนั้นนะบัวขาว”

ในวัยย่าง 38 ปี  ยังโลดแล่นอยู่บนสังเวียนผืนผ้าใบ ในฐานะนักชก พร้อมๆกับการเป็นเจ้าของอาณาจักรมวยไทย บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ รวมถึงมีงานด้านบันเทิง รวมทั้งเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าอีกมากมาย สมจิตรจงจอหอ

คำไหนคำนั้น อาจไม่ใช่คำเขียนที่เกินเลยไปสักนิด ถ้าเกิดจะพูดว่า เป็นไอค่อนของนักมวยไทยยุคนี้อย่างแท้จริง เพราะเขามีครบทุกๆสิ่งทุกๆอย่างอีกทั้ง รางวัลความสำเร็จ, ชื่อเสียง, เงินทอง และก็ความนิยมชมชอบที่แผ่กระจายไปไกลต่างแดน

Main Stand จะมาถอดรหัสว่าเหตุใด สมบัติ ก็เลยเปลี่ยนเป็น นักมวยไทยที่ประสบความสำเร็จมากมายสุดในปัจจุบัน (บรรลุผลสำเร็จในต่อไปนี้ ไม่ได้หมายถึง เพียงแค่ ผลงานบนเวที แต่ว่ายังหมายคือภาพรวมของการเป็นนักกีฬาอาชีพ)

คำพูดของ บัที่ให้สัมภาษณ์กับ Timeout สะท้อนให้เห็นว่า เหตุความสำเร็จที่เกิดสังกัดตัวเขา ล้วนเป็นผลจากความอดทน ขยันหมั่นเพียร ที่สะสมมาเป็น ระยะเวลาหลายปี

มีพล็อตชีวิตที่ไม่แตกต่างกับนักมวยไทย อาชีพทั่วๆไป เขากำเนิดแล้วก็เติบโตในครอบครัวชาวนา ที่จังหวัดสุรินทร์ เริ่มฝึกชกมวยไทยตามงานวัด ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ก่อนย้ายมาอยู่ในค่าย ป.กษัตริย์ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อตอนอายุ 15 ปี (ช่องอายุ 7-12 ปี บัวขาว ผ่านการต่อยมาแล้ว 100 ครั้ง)

คำไหนคำนั้น มีความใฝ่ฝันต้องการชกมวยออกทีวีสักหนึ่งครั้งในชีวิต เขามีความคิดว่า วิถีทางเดียวที่จะช่วยให้เขาไป ถึงเป้าหมายได้เป็น ความตั้งอกตั้งใจ ในการฝึกหัด

โน่นก็เลยทำให้ เลือกที่จะหัน หลังให้การเรียนรู้ ในระบบ มาจุดโฟกัสกับการฝึกหัดอย่างเป็นจริงเป็นจัง เพื่อปรับปรุงระดับความ สามารถของตน แล้วก็หาเวลาว่างเล่าเรียน กศน. (ศูนย์การศึกษานอกระบบ และก็การศึกษา เล่าเรียนตามสบาย) แทน

ผลการเป็นจริง เป็นจังกับ ช่วงเวลาซ้อม ทำให้ มีร่างกายที่หนักแน่น พลังที่แข็งแรง แปลงเป็นจุดขายของเจ้าตัวที่เป็นมวยสไตล์บู๊ดุเดือด เดินอัด เดินแทรกคู่ต่อย ซึ่งการต่อยในรูปแบบนี้ จำต้องอาศัยร่างกายที่ฟิตบริบูรณ์อย่างยิ่ง เพื่อเดินหน้าเปิดเกม ได้ตลอดทุกชู รวมทั้งแข็งแรงต่อความเจ็บจากอาวุธมวยของคู่แข่ง

คำไหนคำนั้น เขาเคยกล่าวมาว่า โปรแกรมการฝึกหัดของตนเองนั้น จะแบ่งได้ 2 เบรก ตอนเวลาเช้าตั้งแต่ 6.00-9.00น. และก็ช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ 15.30-19.00น. บ่อยๆแทบทุกวัน (หยุดเพียงแค่ 24 ชั่วโมงต่ออาทิตย์) ไม่เว้นแม้กระทั้ง ในตอนที่เขา ดังรวมทั้งโด่งดัง ก็ยังตั้งมั่นรวมทั้งเชื่อสำหรับการซ้อมอย่างจริงจัง

สิ่งพวกนั้น ส่งผลให้ สามารถยืนระยะได้นานกว่า นักมวยไทยในรุ่นราวคราวเดียว ที่ส่วนใหญ่เลิกต่อยไปหมดแล้ว เพราะเหตุว่าธรรมดา ถ้าเกิดเป็นนักมวยไทยอาชีพ สไตล์บู๊ดุเดือดแบบบัวขาว ชอบอยู่ในช่วง ดีเยี่ยมที่ สุดของต่อย ได้เพียงแค่อายุสัก 25-30 ปีเพียงแค่นั้น

เพราะเหตุว่าจากนั้น สภาพร่างกาย จะไม่ค่อยอำนวยนัก เหตุเพราะการต่อย รูปแบบนี้ จะต้องใช้ร่างกาย และก็พลังเยอะมาก กระทั่งทำให้ นักมวยโรยราได้ง่ายยิ่งกว่า นักมวยจำพวกตั้งรับ สู้ด้วยเหลี่ยมเชิง รวมทั้งการอาศัย จังหวะสองเล่นคู่ปรับ ที่เรียกว่า “มวยฝีมือ”

แต่ว่าสภาพร่างกายของ ในวัยพ้นเลข 3 ยังคงมองเฟิร์ม และก็แข็งแรง เขาแทบจะไม่ชี้ให้เห็นว่า สภาพร่างกายเขาโรยราไปตามวัย ภาพจำของ ก็เลยยังคงแจ้งชัด ในฐานะนักมวยไทยที่มีกำลังมหาศาล ต่อยได้ดุเดือด ร่างกายทนทรหด ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมแพ้ ต่อยสนุกสนานชอบใจผู้ชม ถึงแม้อายุจะมากและตาม

“เทคนิคของผมก็ คือฝึกเยอะๆ รู้สึกว่านี่เป็นสิ่ง ที่ผมทำ รวมทั้งทำจน ถึงเสร็จมากยิ่งกว่า มันเลยกลายเป็นรางวัลความสำเร็จของผม”

อย่างไรก็ตามชีวิตการเป็นนักมวยของ ใช่ว่าจะมาถึงจุดนี้ ด้วยความง่ายมาก ด้วยเหตุว่าครั้งหนึ่ง เขาเคยประสบปัญหา กระทั่งทำให้ตัวเองมีความคิดต้องการเลิกอาชีพ พ่อค้ากำปั้น ทว่าเมื่อผ่านช่วงนั้นมาได้ ก็เปลี่ยนเป็น อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนแปลง ชีวิตที่ทำให้เขา มีเงิน ทรัพย์สิน รวมทั้งชื่อเสียงเพิ่มพูนมากขึ้น

ย้อนกลับไปในตอนปี 2012 กลายเป็นข่าวสาร ดังคึกโครม เมื่อเจ้าตัวล่องหนไปจากค่ายเดิม เปรียญผู้นำ ก่อนที่จะปรากฏอยู่ที่รกราก กับทำค่ายฝึกมวยของตน โดยใช้ชื่อสกุล มาตั้งเป็นชื่อค่าย ก่อนที่จะมีการติดต่อ นัดหมายพูดจา ส่วนแบ่งผลตอบแทน ใหม่กับทางค่ายเดิม

คำไหนคำนั้น การสนทนากินเวลา มาตรงเวลานับ เป็นเวลาหลายเดือน ถึงขนาดฟ้องกันเป็นคดีความ กระทั่งทำให้ เคยมีความคิดต้อง การจะเลิกชกมวย เพราะว่าในขณะนั้นก็อายุ 30 ปีแล้ว จนกระทั่งมีการผสานจากหลายๆข้าง เพื่อหมดปัญหานี้

ในที่สุด ได้เป็นอิสระจากค่าย ป.ประมุข พร้อมแปลงชื่อ สำหรับในการชกมวยเป็น “บัวขาว บัญชาเมฆ” ที่เขาจะได้สามารถ เลือกรับงาน บริหารจัดแจง สิทธิประโยชน์ แล้วก็ขยายธุรกิจค่ายมวยของตนได้อย่างมาก

นั่นเป็นไม่เหมือนกันระหว่าง นักมวยไทยทั่วๆไป ที่เกือบจะทั้งหมดล้วนมีขึ้นตรงต่อ มีค่าย รอทำหน้าที่ดูแล รวมทั้งแบ่ง สิทธิประโยชน์ “นักมวยไทยอาชีพ” จะมีบทบาทเพียงแค่ฝึกฝน แล้วก็ขึ้นชกไปต่อย

แต่ว่าสิทธิ์สำหรับ การเป็นเจ้า ของนักมวย ยังเป็นทางค่าย โดยเรื่องค่าจ้าง งานว่าจ้างต่างๆรายได้ของนักมวย จะถูกแบ่งรูปทรง กับทางค่าย ตามตกลง เพื่อเป็นค่าบำรุงค่าย แล้วก็ผลประโยชน์ต่อตัวค่าย

เนื่องจากทุนค่าใช้จ่ายทั้งผอง อีกทั้งสถานที่กินอยู่หลับนอน อาหาร อาหารเสริม ค่าแรงผู้ฝึกสอน การดูแลทุกๆอย่าง ทางค่ายเป็นผู้ออกทั้งปวงอยู่แล้ว เมื่อนักมวยทำผลงาน มีรายได้จากค่าตอบแทน ก็จะมีการแบ่งกันปกติอยู่แล้ว ตามองค์ประกอบ ไม่ใช่เรื่องเอาเปรียบกันอะไร

ที่แท้ ระบบค่ายมวยกับนักมวย ก็มีจุดเด่น ที่แตกต่างออกไป ดังเช่น นักมวยที่มีค่าย เขาก็ได้รับการฝึกสอนอย่างถูกทาง, มีคนแก่ที่ รอพูดจาหา รายการให้ ต่อยอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการดูแลต่างๆเงินรางวัลอัดฉีด

คำไหนคำนั้น ไปจนถึง การต่อยอด เสนอนักมวยไป ต่อยใน รายการใหญ่ๆยกตัวอย่าง ค่าย พี.เค.แสนชัย, ค่ายเพชรยินดี, ค่ายจิตรเมืองนันท์ ที่มีการดูแลนักมวย และก็ฝึกสอนนักมวยเป็นอย่างดี ก็ช่วยพัฒนาศักยภาพให้นักต่อยเก่งขึ้นและก็มีชื่อเสียง

ส่วนข้อดีของการแยกตัวออกมาเป็น “นักต่อย” เจ้านายตนเอง อันดับแรกเป็นเรื่องรายได้ที่ได้ครบถ้วน ประการถัดมา เขาสามารถใช้เงินว่าจ้างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาทำงานได้ เช่น เทรนเนอร์, โค้ชฟิตเนส, ผู้จัดการส่วนตัว หรือทีมงานในค่าย